รอยแตกลาย เกิดจากอะไร? มีกี่แบบ ใช้วิธีรักษาต่างกันไหม?

รอยแตกลาย (Stretch Marks) คือแผลเป็นที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง เกิดจากการขยายหรือหดตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนัง ทำให้เกิดรอยย่น เนื่องจากเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังฉีกขาด โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เป็นต้น

รอยแตกลายมี 2 ประเภท ได้แก่

  1. รอยแตกลายสีแดง (Striae Rubra) เป็นรอยแตกลายที่เกิดขึ้นในระยะแรกๆ โดยจะมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ สีแดงหรือสีม่วง เกิดจากเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนฉีกขาด ทำให้มีเลือดซึมออกมาใต้ผิวหนัง
  2. รอยแตกลายสีขาวหรือสีเงิน (Striae Alba) เกิดจากเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนฉีกขาดเรื้อรัง ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นบางลงและสูญเสียความยืดหยุ่นบริเวณใต้ชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังที่มีเซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งจะทำให้รอยแตกลายมีสีขาวหรือสีเงิน

แม้ว่ารอยแตกลายจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็อาจทำให้ผู้ที่เป็นขาดความมั่นใจ ไม่กล้าสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นรอยแตกลายได้ วิธีรักษาเพื่อลดเลือนรอยแตกลายมีหลากหลายวิธี ได้แก่

  • การทาครีมหรือโลชันที่ช่วยลดเลือนรอยแตกลาย ซึ่งมักจะมีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินอี และสารสกัดจากธรรมชาติบางชนิด
  • การใช้เลเซอร์ ซึ่งจะช่วยให้รอยแตกลายจางลง แต่ต้องทำการรักษาหลายครั้ง และอาจมีค่าใช้จ่ายสูง
  • การทำไมโครนีดลิ่ง (Microneedling) ซึ่งเป็นการใช้เข็มเล็กๆ สร้างบาดแผลขนาดเล็กบนผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ซึ่งจะช่วยให้รอยแตกลายจางลง
  • การผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีรักษาสุดท้ายสำหรับผู้ที่มีรอยแตกลายขนาดใหญ่หรือลึกมาก

Categories: